| Profil de Kittibodeeคนที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่...PhotosBlogListes | Aide |
|
คนที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อได้อยู่ใกล้เพื่อน8 mars สุดยอดชีวิตออดิท ช่วงที่ 2นี่ก็ผ่านมาได้ 2 เดือนแล้ว
ตอนนี้ก็แทบเรียกได้ว่าจะอ้วกออกมาเป็น working paper เลยทีเดียว
ถ้าผ่านไปได้นี่กะว่าจะทำบุฯ 9 วัด เนื่องจากโดนคุกคามสุขภาพไปเยอะ
กดดันจริงๆเหวย
เหอๆๆ
ถ้าอีกสองเดือนยังมีชีวิตเป็นปกติได้ก็ท่าจะดีนะ
14 janvier สุดยอดชีวิตออดิท ช่วงที่ 1หลังจากปีใหม่ผ่านไปข้าพเจ้าก้ได้เริ่มต้นงานปิดเล่มงบการเงินกันแล้ว
ซึ่งเริ่มไปอย่างสวยหรูจริงๆ
ด้วยการออกจากที่จ็อบ (ชลบุรี) ตอน4ทุ่ม แล้วกลับถึงบ้านในเวลา สองยาม
เนื่องจากงานมันหนักจริงๆ
ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะพยายามตีซี้กับพนง.บัญชีของที่นั่นก็ตาม
ก็พบว่ามันช่วยแค่ทำให้อิ่มท้องเท่านั้น
ไม่ได้ช่วยให้งานเดินหน้าเร็วขึ้นแต่อย่างใด
สงสัยว่าจะต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ดีขึ้น
เอ....หรือว่าเปลี่ยนงานจะง่ายกว่า
ไม่รู้สิ
ปล. รูปตอนไปเที่ยวที่เชียงรายจะพยายามหาเวลามาใส่ไว้นะครับ
ปล. 2 ตอนนี้เราไม่ได้แคร์อะไรกับเขาแล้ว
โปรดรับทราบตามนี้ด้วย 15 septembre บันทึกการผจญภัยของนาย เห็นตั้ม ขำทุกที่ ตอนที่2:ขาปั่นวันซ้อมใหญ & หัวหมุนวันรับจริง หลังจากที่ให้รอคอยกันมานาน เราจะมาฟังเรื่องราวของคุณ เห็นตั้ม ขำทุกที่ ต่อกันเลยนะคร้าบบบบบบบบบ
02/09/07 วันซ้อมหย่าย........
เริ่มตื่นจากภวังค์ตอนตี 5 แล้วก็รีบกุลีกุจอไปกับแม่และพี่สาว(ช่างกล้องจำเป็น)ที่ร้ากกกกกกกกกกกก(จริงๆนะ) ถึงท่าพระจันทร์ตอน 6 โมงนิดๆ ซึ่งพบว่าเ บริเวณสนามหลวงก็เริ่มแออัดด้วยรถนับไม่ถ้วน ส่วนเต็มไปด้วยเพื่อนๆในคณะและต่างคณะ พร้อมด้วยช่างกล้อง และเหล่าฝูงชนที่มาแสดงความยินดีกับบัณฑิต ก็มานั่งกินข้าวที่โรงอาหารสังฯเคราะห์ฯ ซึ่งถือเป็นแหล่งเสบียงให้แก่ข้าพเจ้ามาตลอดช่วง 2 ปี ที่เรียนอยู่ในท่าพระจันทร์เลยทีเดียว หลังจากนั้นก็เริ่มลุยถ่ายรูปกับเพื่อนๆไปเรื่อยๆ จนกระทั่งโดนเรียกเข้าหอประชุมแล้วก็ไม่วาย ยังเอากล้องมือถือไปถ่ายต่อ พอออกมาจากหอประชุมตอนบ่ายโมงแล้วก็....๖เจอรังสีความร้อนฝูงคนที่แน่นยิ่งกว่าตอนเช้า ภายใต้สภาพสวมชุด 3 ชั้นแบบนี้ เอิ้บ ซาวน่าดีๆนี่เอง)เริ่มปฏิบัติการวนสายถ่ายรูปกับญาติๆ เพื่อนๆที่อยู่ ม.อื่น กับพี่ๆที่จบไปแล้วที่มาร่วมยินดี(ขอบคุณมากคร้าบบบบบบ)จนแทบเป็นลม ซึ่งโชคดีในระดับนึงที่สามารถถ่ายกับเพื่อนๆและพี่ๆที่อยากจะถ่ายรูปได้
03-05/09/07 วันชิวๆ
เนื่องจากว่าไม่สามารถหาช่วงเวลาลาหยุดช่วงอื่นได้ ข้าพเจ้าเลยเลือกที่จะใช้ช่วงเวลานี้ในการทวนความหลังครั้งยังเยาว์เป็นครั้งสุดท้ายโดยการไปเที่ยวเล่นที่รังสิตและท่าพระจันทร์ (แต่อย่างไรก็ตาม เวลาส่วนใหญ่กลับหมดไปกับห้องคอมซะงั้น 555+) แต่พอกลับไปอยู่ตรงนั้นก็คิดถึงเหมือนกัน...อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบนี้อีก ก็ได้แต่บอกตัวเองไว้ในใจ เพราะมันหมดเวลาของเราแล้วน่ะนะ
06/09/07 วันรับปริญญา
ก็เริ่มตื่นนอนตอนตี 5 เหมือนเดิม รีบกุลีกุจอไปกับแม่และพี่สาว(ช่างกล้องจำเป็น)ถึงท่าพระจันทร์ตอน 6 โมงนิดๆ เหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ จำนวนคน+รถมันเยอะขึ้นนนนนนน(กรรมจริงๆ เหอเหอเหอ) ก็มานั่งกินข้าวที่โรงอาหารสังฯเคราะห์ฯ เหมือนเดิม แล้วก็เริ่มลุยถ่ายรูปกับเพื่อนๆไปเรื่อยๆ เหมือนเดิม จนกระทั่งถึงเวาเนยกเข้าหอประชุมใหญ่ก็เกิดเหตุฉุกเฉินในร่างกาย ต้องรีบวิ่งหาห้องน้ำอย่างเร่งเด่วน เล่นเอาเสีย self กันเลยทีเดียว พอเข้าพิธีจริงแล้ว รู้สึกตื่นเต้นน้อยกว่าที่คิด แล้วก็ผ่านไปได้ด้วยดี แล้วพอออกมาก็ดันหาช่างกล้องไม่เจออีก เนื่องจากช่างกล้องไปรออยู่อีกประตูกับที่เราออกมา (เลยไม่ได้ถ่ายรูปกับเพื่อนๆไปบางคน) เลยไปถ่ายรูปกับพี่ๆและน้องๆที่ออกันอยู่ที่โต๊ะกลุ่ม แล้วก็ไปไล่ถ่ายรูปกับเพื่อนๆอย่างเมามัน(และเมามึน)จนถึง 5โมงกว่าๆ(เสียดายมากๆที่ไม่สามารถถ่ายกับเพื่อนๆครบ) จากนั้นพ่อแม่ก็พาไปเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารแถวบ้าน โดยสรุปแล้ว...กลับมาถึงบ้านตอน 4 ทุ่มก็ฟุบลงที่นอนทันที เหอะเหอะเหอะ
ป.ล. ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนนะที่มาถ่ายรูปกับเราในทั้งสองวันนะ
ป.ล. 2 จากนี้ไปจะเริ่มเข้าสู่ "ทำงาน mode" แล้ว
ป.ล. 3 คิดอยู่ว่าจะอ่านหนังสือสอบ CPA ยังไงดีหว่า เหอเหอเหอ
ป.ล. 4 ตอนนี้เราอัพรูปที่ถ่ายที่ท่าพระจันทร์หมดแล้วนะ 3 septembre บันทึกการผจญภัยของนาย เห็นตั้ม ขำทุกที่ ตอนที่1: ฝ่าจ็อบแทบต๊อง รับน้องระทึกขวัญ ณ. บัดนี้ จะเป็นประสบการณ์จริงจากการสัมภาษณ์นาย เห็นตั้ม ขำทุกที่ columnist จากนิตยสาร "จ.จานสุดขีด" เกี่ยวกับภารกิจต่างๆที่เขาฟันฝ่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาอย่างเมามัน
1 การทำหน้าที่ Assistant Auditor ครั้งแรกที่ลำพูน (31 ก.ค. 2007 - 4 ส.ค. 2007)
หลังจากที่ก่อนหน้านั้นแค่ไปช่วยพี่ senior ทำงานนิดหน่อย คราวนี้ต้องรับผิดชอบรับผิดชอบไปทั้ง area (PPE) เลยทีเดียว ในการเดินทางทั้งไปและกลับครั้งนี้ ได้รับการอุปถัมภ์จากลูกค้าโดยการได้นั่งเครื่องบินไปยังเชียงใหม่แล้วค่อยนั่งรถต่อไปยังนิคมอุตสาหกรรมลำพูน และนี่คือการนั่งเครื่องบินครั้งแรกในชีวิตของข้าพเจ้าที่เดียว(อา...........ทำไมชีวิตมันอาภัพจังเว้ย ถ้าไม่เป็นเพราะออกจ็อบเนี่ย สงสัยคงจะไม่ได้นั่งกันแล้วล่ะ) ส่วนผู้ร่วมชะตากรรมครั้งนี้ก็เป็นสันนิบาตผู้ชายล้วนอีก 3 คน(ในนั้นมีนายนัท ซึ่งเคยร่วมฝึกงานด้วยกันมาก่อน) ก็ถือว่าดีไปอีกแบบ เกี่ยวกับสภาพการทำงานโดยรวมนั้นเรียกๆได้ว่า สวรรค์โปรดทีเดียว เนื่องจากลูกค้าให้ความร่วมมืออย่างดีมาก พาไปส่งถึงที่พัก(ที่เชียงใหม่) พร้อมทั้งเลี้ยงข้าวให้กับพวกเรา+พี่ๆเหล่าmanager ที่ตามมาเคลียร์งานในวันศุกร์ด้วย Full Course ชุดอาหารไทย(ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล ดาราเทวี)อีกด้วย แย่อยู่อย่างเดียวคือ งานนี้กัดกินวันเสาร์อันเป็นเวลาสำหรับการพักผ่อนของขัพเจ้าไป(เพราะงานมันเยอะเจงๆว้อย) สำหรับงานนี้ข้าพเจ้าสงสารนายนัทมากเป็นพิเศษเนื่องจากถูก assign งานเพิ่มทุกวันโดยที่ข้าพเจ้าก็ช่วยเหลือไม่ได้เลย(เนื่องจากโดนสั่งให้เพิ่มงานอย่างต่อเนื่องเช่นกัน) การออกจ็อบในครั้งนี้ถือได้ว่า ช่วยให้ข้าพเจ้ายังอยากทำงาน audit ต่อไป สาทู้..............................
2 การไปรับน้องต่างจังหวัดที่ บ้านโกลเด้น รีสอรต์ ปราณบุรี (24-26 ส.ค. 2007)
ในบรรดางานรับน้องต่างจังหวัดที่ผ่านมาทั้งหมด มีงานนี้ละมั้งที่ถึงใจสุดๆ ความถึงใจครั้งแรกก้คือ การต้องโดดงานอย่างกระทันหัน เนื่องจากไม่มีใครในรุ่นของข้าพเจ้าเลยที่ไปรับน้องครั้งนี้ยังดีนะที่น้องวง สายรหัสปี 1 ของข้าพเจ้าไป ไม่งั้นก็คิดอยู่ว่าจะไปทำไม ข้าพเจ้าจึงต้องติดรถของพวกน้องๆไปในตอนเช้า ความถึงใจครั้งที่ 2 ก็คือ การนั่งดวลเบียร์กับพวกพี่ก๋อยโดยการเล่นไพ่ โชคยังดีที่ไม่เมา แค่มึนเท่านั้น (รอดตัวไป) และทำให้เกิดวลีเด็ดประจำงานรับน้องครั้งนี้ นั่นคือ "โอเคมั้ย โอเค ๆๆ ๆ ๆๆ " (เป็นที่รู้กันสำหรับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์) ก็ฮากันไปสำหรับงานรับน้องครั้งนี้ ป.ล. งานนี้ดันหลวมตัวไปเล่นเกมตี่จับกับน้องๆ ไอ้พวกน้องก็เล่นดึงซะสายนาฬิกาขาดเลยต้องเสียตังเพิ่มอีก 300 เลย (ช่วยไม่ได้ ประมาทเองนี่หว่า)
เนื่องจากว่าเวลาของคุณเห็นตั้มฯนั้นมีจำกัด วันนี้เราจึงสัมภาษณ์เขาได้เพียงเท่านี้ ฉะนั้น เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทั้งหลายโปรดติดตาม บทสัมภาษณ์ฉบับต่อไป "ขาปั่นวันซ้อมใหญ่ และ หัวหมุนวันรับจริง" ในเร็วๆนี้นะ
ป.ล. ทางเราได้นำภาพบรรยากาศการรับน้องในครั้งนั้นมาลงให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆได้ดูกันด้วย สามารถเข้าไปดูกันได้ใน space นี้นะครับ
14 juillet ณ.วันที่เราต้องโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ณ. ตอนนี้เราก็ได้เข้ามาทำงานอยู่ที่บริษัท PricewaterhouseCoopers มาแล้วเป็นเวลา 2 สัปดาห์
แต่ก็ยังรู้สึกเนือยๆอยู่อย่างต่อเนื่อง คงเป็นเพราะว่าทางบริษัทยังไม่ได้ให้ข้าพเจ้าเข้าไปรับผิดชอบงานในจ็อบอย่างจริงจัง
ได้แต่เข้าไปเทรน-นิ่งฟื้นฟูความรู้ที่หล่นหายไนช่วงปิดเทอม แล้วก็ใช้ notebook ของบริษัทในการหาความบันเทิงส่วนตัวกันไป
+ ด้วยความง่วงจากการได้นอนเพียงวันละ 6ช.ม./วัน แถมด้วยอีก0.5ช.ม.บนรถเมล์
(แต่เอ........แบบนี้ก็ดีแล้วนี่หว่า จะบ่นทำไม)
แต่อย่างไรก็ตาม ในเดือนต่อไปเราก็จะต้องเริ่มใช้ชีวิตในสถานที่ที่หลากหลาย(ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นที่ระยอง+ชลบุรี) และผจญกับระบบการลงบัญชีที่ชวนเวียนหัวตามจ็อบที่ทางพี่ planning จัดมาให้แบบถึงใจข้าพเจ้า....
....เรื่อยไปจนถึงเดือนมิถุนายนของปีถัดไปเลยทีเดียว สงสัยว่าตอนฝึกงานคงจะทำผลงานประทับใจพี่ๆกันมาก
ก็เอาเป็นว่านี่คือการสร้างนิสัยให้เราเป็นคนรับผิดชอบต่อตัวเองมากขึ้น
คงจะต้องสลัดความเนือยออกให้ได้ละนะ
เอาวะ สู้ตาย เพื่อแม่ เพื่อตัวเอง เพื่อโลก เพื่อจักรวาล (เอ ไหงหลังๆมันเริ่มออกแนวติงต๊องซะงั้น)
ป.ล. สำหรับเพื่อนๆที่ต้องเริ่มสอบ CPA กันแล้ว ก็ขอให้สอบได้ทุกตัวกันไปเลยนะ เพี้ยง
ป.ล. 2 เมื่อวานไปถ่ายรูปกับเพื่อนๆที่จุฬามา ดีใจกับเพื่อนๆทุกคนด้วยนะ(อย่าลืมมางานเราด้วยล่ะ หุหุหุ)
ป.ล. 3 ขอบคุณ pricewaterhousecoopers ที่จัดให้วันศุกร์เป็น business casual day ไม่งั้นเมื่อวานมีหวังเป็นลมได้ทีเดียว
เนื่องจากอาการขาดอากาศหายใจและเสียน้ำมาก
ป.ล. 4 อยากไปเที่ยวว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ใครก้ได้ชวนข้าพเจ้าด้วยยยยยยยยยยยยยยยย ได้โปรด 29 mai 15 วันตามติดชีวิตเด็กอยู่วัด ณ. โอกาสบัดนี้ ข้าพเจ้าจักขอเล่าประสบการณ์ เรื่องราวใต้ร่มกาสาวพัสตร์ตลอด 15 วันที่ผ่านมา โดยจะเป็นบทสัมภาษณ์สดจากนาย โครตหล่อ(นามสมมุติ ไม่รู้จะสมมุติทำไม 555+) เด็กหนุ่มผู้หนึ่งผู้ได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิษุณ.วัดบัวขวัญ ตั้งแต่วันที่ 12-27 พ.ค. 2550 ที่ผ่านมา
" ในวันที่จะทำพิธีน่ะ ข้าพเจ้าตื่นมาตอนตี5ครึ่ง ก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปที่วัดโดยด่วน ถึงประมาณ 6โมงครึ่งก็กจับเข้าพิธีโกนผมกันในทันที กล่าวคือเป็นพิธีการที่เหล่าญาติทั้งหลายจะพร้อมใจมาตัดผมทีละจุก สองจุก ซึ ซึ่งก็รู้สึกดีไปอีกแบบ แต่หลังจากนั้นจะมีพระมาโกนหัวแบบเกือบสดๆ แถมท้ายด้วยการสาดน้ำอย่างเร่งรีบและการทาขมิ้นไปด้วย เล่นเอาแสบ+สำลักกันไปทีเดียว หลังจากนั้นเป็นการฟังพระเทศน์ ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องแล้วล่ะ เพราะความง่วง+ความแสบหัวกำลังเล่นงานอยู่ อืมมมมม แย่ๆๆ และตอนนั้นก็เริ่มสังเกตได้ว่า เหล่าเพื่อนๆเริ่มทยอยมา แต่เอ.....ไหงมากันแค่ประมาณ 10 คนเองล่ะ เราชวนมาเยอะกว่านี้นี่หว่า อืมมมมม สงสัยตอนเข้าโบสถ์คงมาอีกมั้ง เมื่อเทศน์เสร็จแล้วก็เข้าสู่พิธีแห่นาคเข้าโบสถ์ ตอนแรกข้าพเจ้าก็กะว่าจะให้มีคนขี่คอ แต่เมื่อดูร่างกายข้าพเจ้าแล้วนึกสงสารคนขี่คอน่ะ เลยขอเดินเองแล้วกันก็พบว่าหน้าที่คนยกหมอนก็ต้องเป็นหน้าที่ของพี่สาว เพราะยังเป็นโสดอยู่ ส่วนหน้าที่ยกของที่กะจะให้เพื่อนช่วยยกก็โดนเพื่อนๆของแม่แย่งยกหมด อืมมมมมมมมมมมม สงสัยเราจะเนื้อหอมในหมู่สาวใหญ่ซะละมั้ง เมื่อเข้าโบสถ์แล้วข้าพเจ้าก็โชว์พาว บอกบทขานนาค(ที่โดนบังคับให้อยู่บ้านท่องกันเป็นเดือน)ซะสุดเสียง แล้วก็ผ่านพิธีไปอย่างรวดเร็ว(โดยเฉพาะพระคู่สวด+พระอุปัชฌาย์นี่สวดได้เร็วได้ใจจริงๆ ขาพเจ้าฟังไม่ออกซักกะคำเลย อืมมมมมม) หลังจากนั้น ข้าพเจ้าก็ได้เป็นพระภิกษุ ผู้ถือศีล227ข้ออันบริสุทธิ์แล้ว และก็จะมีมือนับหลายสิบมือยื่นมาใส่ปัจจัย(เงิน)ให้
อืมมมม ดีจริงๆ เอ้ย ไม่ใช่ๆ แล้วข้าพเจ้า เอ้ย อาตมาก็ถุกเชิญไปเลี้ยงเพล(ซึ่งผ่านไปด้วยความรวดเร็วมาก ยังกินไม่รู้สึกอิ่มเลยเก็บข้าวไปซะงั้น สงสัยเจ้าภาพจะหิวมาก เซ็งๆๆ)
เสร็จแล้ว โยมพ่อโยมแม่ก็พาไปถ่ายรูปกับแขกตามโต๊ะ ซึ่งก็พบอีกว่า เหล่าเพื่อนที่มาตอนเช้านั้นได้ลับกันเกือบหมดแล้ว และไม่มีมาเพิ่มแต่อย่างใด อา....... ช่างมันแล้วกัน
ใช่สิ เรามันไม่หล่อนี่หว่า ฮือๆๆๆ
แล้วในที่สุด อาตมาก็ได้เข้ากุฏิตอนประมาณเกือบบ่ายโมง โดยต้องอยู่กับพระที่บวชก่อนแล้ว เนื่องจากกุฏิเต็ม โชคดีที่พระรูปนี้จะสึกวันถัดมาพอดี ก็เลยได้รับคำแนะนำจากท่านมาเยอะ ทั้งเรื่องวิธีการสวดมนต์ทำวัตร การพับผ้าจีวร ฯลฯ
หลังจากนั้น ทุกๆวัน อาตมาก็จะต้องตื่นนอนเวลา 05.15น. เพื่อไปบิณฑบาตร(เท้าเปล่า)แถวๆบ้านของอาตมา (ซึ่งโยมแม่ก็ใจดีมาตักบาตรให้ทุกวัน) ยกเว้นวันพระ ที่จะพักการบิณฑบาตรแล้วไนศาลาการเปรียญเพื่อรับฉันภัตตาหารที่ชาวบ้านอุตส่าห์มาถวายถึงวัดแทน โดยในแต่ละวันนั้นก็จะได้ภัตตาหารมาเยอะมาก (ประมาณว่าถ้าไม่ได้เด็กวัดมาช่วยถือ สงสัยคงต้องนั่งแท็กซี่กลับวัดกันเลยทีเดียว) พร้อมๆกับอาการพองที่เท้าทั้งสอง(ช่วงหลังถึงกับอักเสบ เดินแทบไม่ได้)น่าซึ้งใจจริงๆ เคยมีอยู่วันนึง เดินไปบิณฑบาตรถึงหน้าบ้าน พอกลับออกมาจะ 7 โมงครึ่งแล้ว ก็ถูกเหล่าพุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญทั้งหลายแห่กันมาตักบาตร มากันซะจนจำไม่ได้เลยว่าคนไหนถวายอะไรมามั่ง กว่าจะกลับมาถึงวัดได้ก็ 8โมงกว่า สงสัยว่าเวลาเป็นพระแล้ว เสน่ห์ของอาตมาจะออกมาเป็นพิเศษ
เมื่อกลับมาถึงวัด (เวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 07.00น.) แล้วก็จะเอาของที่บิณฑบาตรได้มารวมกับของพระองค์อื่นๆ แล้ว"พิจารณา"เลือกของไว้ 1 ถวายพระพุทธ(โดยต้องถวายก่อนฉันเช้า และลาออกมาหลังฉันเพล)2 ไว้ฉันเองสำหรับทั้งมื้อเช้าและมื้อเพล โดยอาตมาเลือกที่จะฉันหมู่กับพระองค์อื่น(จะได้ฉันได้หลายอย่างหน่อย หุหุหุ) ส่วนที่เหลือนั้นเด็กวัดก็เอาไปหมด หลังจากฉันเช้าเสร็จแล้วก็ไปสรงน้ำ(อาบน้ำ บางทีก็จะซักผ้าไปพร้อมกันด้วยในเวลาเดียวกัน สะดวกดี) แล้วก็ไปสวด"ทำวัตรเช้า" หลังจากนั้นก็จะเริ่มทำการ"จำวัดเช้า" เพื่อให้ได้บารมีแก่กล้าขึ้น (ล้อเล่น) แล้วก็ฉันเพลเวลาประมาณ 11.00น. หลังจากนั้นก็ถูพื้นห้อง พับผ้าเพื่อเตรียมใส่ไปทำวัตรเย็น และอ่านหนังสือ(ที่มีอยู่แถวๆนั้น)
เมื่อถึงเวลา 17.00น. ก็ต้องไปสวด"ทำวัตรเย็น" อันนี้คล้ายๆกับทำวัตรเช้า แต่จะยาวกว่ามาก เล่นเอาเมื่อยขากันไปทีเดียว พูดถึงการทำวัตรแล้ว เมื่อเป็นวันขึ้นหรือแรม 15 ค่ำแล้ว จะมีการสวดปาฏิโมกข์ (การทบทวนศีลทั้ง 227 ข้อของพระภิกษุ)ด้วย พิธีกรรมนี้น่าจะเป็นพิธีกรรมของยอดมนุษย์ก็ว่าได้ เพราะพระที่สวดปาฏิโมกข์นั้นจะสวดบทสวดความยาวกว่า 40 หน้า pocketbook(จำได้ยังไงหว่า เก่งจริงๆ) ด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนพูดได้ (เรียกว่า คนที่พูดเป็นต่อยหอยมาเจอแล้วถึงกับมึนงงได้)พร้อมกับจะมีพระเปิดคัมภีร์เพื่อตรวจทานสิ่งที่พระกำลังสวดอยู่ (อืม ฟังรู้เรื่องได้ยังไงหว่า) อ่อ ช่วงหลังๆหลังจากทำวัตรเสร็จแล้วจะมีพระอาจารย์มาสอนการทำวิปัสสนากรรมฐานด้วย (ตอนแรกๆก็มึนๆ หลังๆชักอินจนไม่อยากเลิก รู้สึกดี)
เมื่อทำวัตรเย็นเสร็จแล้ว ประมาณ17.30 น.ก็ไปสรงน้ำอีกรอบ เนื่องจากช่วงบ่ายของแต่ละวันนั้น ร้อนมากถึงร้อนที่สุด เหงื่อไหลอย่างกับน้ำเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็ฉันน้ำปานะ(ก็คือนมกล่องน่ะหละ)หลังจากนั้นก็จะเริ่มสวดมนต์ไหว้พระ พร้อมทั้งทำวิสสนากรรมฐานในห้องไปด้วย แล้วก็ออกไปสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และธรรมะกับพระใหม่ที่สนิทกันที่หน้ากุฏิ จนถึงประมาณ 22.00น. จึงกลับไปจำวัดในห้อง......
ในระหว่างที่อาตมาบวชอยู่ที่วัดบัวขวัญนั้น อาตมาได้รับนิมนต์ให้ออกไปนอกสถานที่ 2 ครั้ง ครั้งแรกนั้นไปงานเลี้ยงฉันเพลที่บ้านบริเวณแถวๆวัดน่ะหล่ะ ซึ่งอาตมาก็รู้สึกโก๊ะกังทำอะไรผิดๆถูกๆไปหลายอย่างทีเดียว แล้วตอนสวดมนต์นั้น อาตมาถึงกับอึ้งกิมกี่เนื่องจากพระท่านสวดแต่ละบทนี่ อาตมาไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนเล้ย เลยต้องใช้วิธี
"ลิปซิงก์" แก้ผ้าเอาหน้ารอดกันไป ส่วนอีกครั้งนั้น เป็นการไปงานเลี้ยงฉันเพลที่บ้านของอาตมาเอง โดยทางโยมแม่นั้นได้ขอให้อาตมาเทศนาธรรมะให้ฟัง 1 เรื่องด้วย อันนี้ก็ถึงกับอึ้งอีกสิครับ แค่พูดธรรมดายังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ยังดีที่พบว่า การเทศน์นั้นจะมี "บทเทศน์สำเร็จรูป" ในลักษณะใบลาน ให้ท่องในระหว่างการเทศน์ได้ แต่ก็ต้องซ้อมเรียกความมั่นใจกันหลายรอบเลยทีเดียว พอถึงเวลาจริงๆก็เลยตั้งใจเต็มที่ แล้วก็ผ่านไปได้ด้วยดี นะโมๆๆ
แล้วพอถึงวันสึกก็มีพิธีกรรมอีกนิดหน่อย กล่าวคือวันก่อนวันสึกนั้น อาตมาจะต้องทำการแจกจ่ายทรัพย์สมบัติที่ได้มาทั้งหมดให้กับพระองค์อื่น(เล่นเอาวุ่นเหมือนกัน) แล้วก็เตรียมน้ำมนต์ที่ทำจากของมงคล 9 อย่างคือ ใบเงิน ใบทอง ใบนาค ใบขนุน ใบมะยม ดอกรัก ดอกมะลิ เปลือกมะกรูด และฝักส้มป่อย แล้วนำไปให้พระอุปัชฌาย์ทำพิธีอีกทีนึง แล้วพอถึงวันสึกก็ต้องอาบน้ำมนต์ที่เตรียมไว้นั่นหล่ะ แล้วก็ถวายปัจจัยให้กับพระที่ร่วมในพิธี พร้อมทั้งใช้หนี้สงฆ์ โดยข้าพเจ้าได้นำเงินทั้งหมดที่ได้ในช่วงที่อุปสมบทนั้น ถวายให้ไปหมด
และแล้ว ที่สุดแห่งเรื่องราวชีวิตเด็กอยู่วัดนี้ ขอให้ผู้ที่ได้อ่านทุกท่านจงถึงพร้อมด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ตลอดจนธนสารสมบัติสมหวังทุกประการ
ก็พอสมควรแก่เวลาแล้ว อาตมา เอ้ย ข้าพเจ้า ก็ขอยุติลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้.......
เอวังก็มีด้วยประการละฉะนี้............................
สา.................ทู้.............. 3 avril 1 เดือนที่ว่างเปล่า รู้สึกได้ว่า ตั้งแต่ที่ข้าพเจ้าเรียนจบไปแล้วนั้น...ข้าพเจ้ายังไม่ได้ทำในสิ่งที่เราตั้งใจไว้ซักที
ตอนนี้เพื่อนๆของข้าพเจ้าทั้งหลายต่างก็เริ่มทำงานไปหมดแล้ว....ทิ้งไว้ให้ข้าพเจ้านั่งเซ็งอย่างเดียวดายอยู่ที่บ้าน
ที่ว่าจะเรียนภาษาเพิ่ม ก็ยังไม่ได้เรียนซะที เอาแต่เล่นเกม เล่นเน็ตไปวันๆ
คงเป็นเพราะความเหลวไหลของัวเองละมัง สงสัยเพราะแบบนี้ละมัง เราก็เลยต้องยังอยู่คนเดียวแบบนี้
ที่พาน้องไปแข่งบริดจ์ก็ไม่ได้อะไร...นอกจากว่าน้องๆจะได้ประสบการณ์จากการแข่งเท่านั้นเอง
เอาเหอะ ชีวิตยังอยู่อีกยาวไกล ก็คงต้องสู้ต่อไปละนะ
ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
.........................................
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
โดนอากาศร้อนเข้าไป สุกเลยคราวนี้ รู้สึกว่าอยากไปอยู่แถวทะเลตลอดช่วงหน้าร้อนเลยนะ ให้ตายเหอะ
แต่ก็เป็นไปไม่ได้ ก็คนมันไม่มีญาติอยู่แถวทะเลนี่หว่า
เลยทำได้แค่ไปเที่ยวระยะสั้นเท่านั้น สรุปคือเมื่อวันที่ 29-1 ที่ผ่านมานั้น ข้าพเจ้าก็ได้พาแม่และพี่สาวที่รักไปทะเลตรังดูปะการังมา ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
ก็เลยขอเอารูปมาให้เพื่อนๆได้ดูด้วยฯณ.ที่นี้
เอิ่ม ไม่ไหวและ ไปหาอะไรเย็นๆดับร้อนดีกว่า
ป.ล. วันที่ 12 พ.ค. นี้ ข้าพเจ้าจะบวชเรียนเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่แล้ว ณ.วัดบัวขวัญ แถวงามวงศ์วานนะครับ ถ้าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆว่างก็มาร่วมงานได้นะครับ
|
|
|||||
|
|